ความในใจที่อยากจะบอก "ขอบคุณ"
ตั้งแต่เรียนมาอนุบาล ยันชีวิตมหาลัย ไม่เคยขอบคุณตัวเองเลย ดังนั้น
วันนี้อยากขอบคุณตัวเองที่อดทนไปเรียนทุกวันไม่เคยขาดอย่างสม่ำเสมอยกเว้นโดดบางคาบที่จำเป็นจริงๆ
ขอบคุณตัวเองที่เป็นเด็กดีของพ่อแม่ รู้หน้าที่ของตัวเอง รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ
ขอบคุณความขยันอันน้อยนิดที่ทำงานส่งอาจารย์แต่ละรายวิชาแบบขอไปทีและแบบตั้งใจสุดๆ
ขอบคุณอาจารย์ที่ปรึกษาที่ไกด์ทางเดินในชีวิตมหาลัยว่าต้องเรียนอะไร ลงอะไร เรียนแบบนี้ดีไหม เป็นระยะเวลา เกือบสี่ปี
ขอบคุณอาจารย์ทุกๆ ท่านที่สอนให้คิดเป็น ทำงานกลุ่มแบบใหญ่ๆเป็น การเขียนงานวิจัย การใช้ภาษาอังกฤษแบบถูกต้อง การย้ำเตือนแบบให้มีสติ ให้คิด ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ กระตุ้นให้ขยันเรียน แนะนำทุกๆ อย่าง เพื่อให้เราเป็นคนที่มีคุณภาพ จริงๆ (ว่าแล้วก็อยากจะร้องไห้) คือขอบคุณทุกๆ อย่าง คิดไม่ผิดเลยที่เลือกเรียนคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ ถ้าในวันนั้นเลือกไปที่อื่น ก็คงจะไม่ทราบเลยว่า มหาลัยนี้ เข้าง่ายออกยาก นะจะบอกให้
ขอบคุณมหาวิทยาลัยพายัพ ที่รับหนูเข้าเรียน ถึงแม้ว่า จะเรียนก่อนเกณฑ์หนึ่งปี ก็คือ ในขณะที่เพื่อนๆ เริ่มขึ้นชั้น ม.6 แต่เราเรียนจบหลักสูตร มอ ปลายแล้วหลายคนคงสงสัย ว่าทำไมถึงเรียนจบก่อนเพื่อน คืองี้ฮะ เราเรียนมอต้น ที่โรงเรียนบุญวาทย์ลำปาง แล้วมอ ปลาย เราเรียน กศน ใช้เวลาเรียนจริงๆ 2 ปี 6 เดือน ก็คือ สองปีครึ่งนั่นเอง เอิ่มมม เราไม่ดูถูก หรือรังเกียจสถาบันไหน เราคิดว่าทุกสถาบันให้ความรู้ ให้ความเป็นคนหมด พ่อแม่ก็สนับสนุนเต็มที่ทุกอย่าง ที่เกี่ยวกับเรื่องการเรียนรู้ เราก็เลยตัดสินใจเรียน และคิดไม่ผิดเลยที่ได้เรียน กศน
ขอบคุณ กศน ที่ทำให้เราได้เจอคนหลากหลายอาชีพ หลากหลายอายุ วัย ได้แลกเปลี่ยนความคิดใหม่ๆ ระหว่างช่วงวัยอายุคน ได้ทำงานเดี่ยว และกลุ่มที่ท้าทาย ต้องอ่านหนังสือเอง โดยมีครูสอนแค่เดือนละสี่ครั้ง คือทุกอย่าง "เรา" เป็นคนกำหนดว่าจะเอาเกรดเท่าไหร่ โอเคนะ และเราก็ได้เกรด 3.14 กว่าๆ มั้งจำไม่ได้ ก็ถือว่าโอ เพราะอ่านหนังสือบ้างไม่อ่านหนังสือบ้าง ตามความขยันและขี้เกียจ : P ทุกครั่งที่ครูจะมาสอน ก็เริ่มเรียนตั้งแต่ห้าโมงถึงสี่ทุ่ม ระยะทางบ้าน ไกลประมาณยี่สิบกว่าโล เราต้องอดทนนั่งรถเมย์เหนื่อยๆ กลับบ้านแบบนี้ตลอด แต่เราก็ต้องทำ
เราไปเรียนต่อที่สิงคโปร์ เรียนโปรแกรมที่นู่นและเรียน กศน ควบคู่ด้วย โปรแกรมที่สิงค์จบ กศน เราก็จบพอดี เราไปเรียนตั้งแต่ ปิดเทอม มอ สาม ก็เลยได้เรียนเร็วกว่าเพื่อนแต่ก่อนอื่น อย่าคิดว่า เราจะเปะภาษาอังกฤษนะ ภาษาอังกฤษเราก็ได้แค่นั้นแหละ เพราะอยู่ที่นู่น พูดภาษาอังกฤษน้อยมาก T T
ขอบคุณพี่ชายสุดที่รัก พี่ดล ที่เสียสละให้ไปเรียนที่สิงคโปร์ ถ้าพี่ดลไป เราก็ไม่ได้ไป
ขอบคุณคนที่ด่า ว่า เรา ต่างๆ นาๆ ว่า เรียนไม่เก่ง อย่างนู้น อย่างนี้ พวกคุณทำให้เราดึงศักยภาพของเราออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่มาก เพื่อที่จะลบคำสบประหม่าของพวกคุณ และตอนนี้เราก็ทำได้แล้ว : ) พวกคุณเคยบอกบอกกับลูกๆ ของคุณว่า ฉันเรียนไม่เก่ง เป็นคนอ่อนต่อโลก ไม่ทันคน เป็นเด็กบ้านนอก เรียนโรงเรียนวัด การศึกษาน้อย นี่คือสิ่งที่ได้ยินมาเต็มๆ หู เพราะลูกของเค้ามาพูดให้ฟัง ว่าแม่ของเค้าบอกเค้าแบบนี้ สิ่งที่ทำให้เราเจ็บมากที่สุด คือ คนเป็นแม่ คนนี้ เอาอะไรมาตัดสิน ว่าเราเป็นอย่างที่เขาได้บอกกับลูกเขาไว้???????? ทุกวันนี้ถ้าคิด ก็ยังรู้สึกเจ็บ อยากให้เค้ารู้มากว่าตอนนี้เราเป็นยังไง แต่สุดท้ายสิ่งที่ทำได้ก็คือ ปล่อยวาง แล้วปล่อยให้ เวรกรรมตามสนอง เพราะเราเชื่อเสมอ กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง เราไม่ได้แช่ง หรืออะไรทั้งสิ้นนะ คือ ยังไงก็ ขอบคุณแล้วกันค่ะ ที่ทำให้เราเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้นมาก
ขอบคุณเพื่อนๆทุกๆ คน ที่เข้ามาในชีวิต ทำให้รู้จัก เราเชื่่อว่า เมื่อชาติที่แล้ว เราทั้งหมดต้องรู้จักกัน เคยทำเรื่องดีๆ ร่วมกัน และเรื่องไม่ดีร่วมกัน ชาตินี้เราถึงได้มาเจอกันอีก ช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตที่เกิดขึ้นระหว่างความเป็นเพื่อน คือช่วงตอน ปี 2 มันเป็นอะไรที่สุดยอด ของสุดยอด แต่มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี และเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน การอภัยเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด : ) แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บางทีเราก็ยังรู้สึกผิด รู้สึกไม่ดีเวลาที่ความคิดพวกนี้มันไหลกลับมาให้คิด สุดท้ายนี้ก็ขออโหสิกรรมให้กับเพื่อนๆทุกคนที่เราเคยทำไม่ดีไว้ ก็ขอให้เธอจำสิ่งดีๆ ที่เราเคยทำนะ ขออวยพรให้เพื่อนๆ ทุกคน ได้การงานที่ดี ทำ รวยโค้ดๆ นะคะ ^ ^
ขอบคุณครอบครัว ที่ให้ความรัก ความอบอุ่น ความไว้ใจ ให้กำลังใจมาเสมอกับคนอื่น พูดได้เยอะนะ แต่กับครอบครัวนี้ พูดไม่ออกเลย เพราะมันเยอะมาก ไม่รู้จะพูดยังไงดีขอมอบความสำเร็จให้กับครอบครัวแทนคำขอบคุณแล้วกันนะคะ เพราะถึงยังไงซะ พฤติกรรมมันจะโชว์ทุกอย่าง ว่าลูกคนนี้เป็นอย่างไร <3
รักทุกคนน้ำมนต์
No comments:
Post a Comment